ข่าวด่วน!! ข่าวเศร้า ยืนยันการเสียชีวิตของ… ดูเพิ่มเติม!!



เรียกได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจใครหลายๆ คน หลังไฟไหม้ครั้งใหญ่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ระยอง สร้างความสูญเสียอย่างหนัก บ้านเรือนหลายหลังถูกเพลิงเผาวอด และมีผู้เสียชีวิตรวม 7 ราย ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ

โดยบ้านต้นเพลิงประกอบอาชีพรับจ้างทำอาหารส่งโรงงาน ทำให้มีถังแก๊สจำนวนมากตั้งอยู่หน้าบ้าน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ไฟลุกลามรุนแรง

เพื่อนบ้านเล่าว่า คืนก่อนเกิดเหตุมีญาติของเจ้าของบ้านมาเยี่ยม จึงได้ตั้งเตาย่างบาร์บีคิวรับประทานกัน เมื่อถึงเที่ยงคืนเธอกลับเข้าบ้านของตัวเอง

กระทั่งเวลาตี 2 ได้รับข่าวร้ายว่าไฟไหม้เกิดขึ้นแล้ว ทั้งยังระบุว่าเจ้าของบ้านเคยบ่นเรื่องถังแก๊สรั่วและไฟฟ้าลัดวงจรเป็นประจำ
เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ต้นเพลิงมาจากชั้นล่างของบ้าน ก่อนจะลุกลามขึ้นชั้นสองอย่างรวดเร็ว ผู้ที่พักอาศัยอยู่ด้านบนไม่สามารถหนีออกมาได้

นื่องจากถูกควันและไฟปิดล้อมทั้งหมด ส่งผลให้เสียชีวิตรวม 7 รายในครั้งนี้ หลังเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและทีมแพทย์นิติเวชเข้าตรวจสอบพื้นที่

พร้อมนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าของญาติและเพื่อนบ้าน ขณะที่เพื่อนของหนึ่งในผู้เสียชีวิต ได้โพสต์ข้อความไว้อาลัยในโลกออนไลน์ ทำให้มีผู้คนร่วมแสดงความเสียใจเป็นจำนวนมาก

ข่าวด่วน!! ข่าวเศร้ายืนยันการเสียชีวิตของ… ดูเพิ่มเติม!!



เกิดเหตุอุบัติเหตุรุนแรงและน่าสลดใจขึ้นในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 16.16 น. ศูนย์วิทยุสมาคมเณรแก้วกู้ภัยทางหลวงสุพรรณบุรี ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์สั่งการ 1669 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ว่ามีอุบัติเหตุทางรถยนต์ (ว.40) มีผู้ได้รับบาดเจ็บและหมดสติ บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน หน้าศาลเจ้าแม่ทับทิม ถนนสาย 321 มาลัยแมน ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่มีการจราจรค่อนข้างหนาแน่น

ภายหลังรับแจ้งเหตุ อาสาสมัครจากสมาคมเณรแก้วกู้ภัยทางหลวงสุพรรณบุรี จุดบางปลาม้า พร้อมด้วยเครือข่ายศูนย์ร่วมด้วยช่วยกันจังหวัดสุพรรณบุรี ได้เร่งจัดกำลังและนำอุปกรณ์กู้ชีพเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที เมื่อเดินทางไปถึงพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ผก 4295

พิษณุโลก จอดอยู่บริเวณไหล่ทาง สภาพด้านหน้ารถได้รับความเสียหายอย่างหนัก ฝากระโปรงหน้ายุบงอ ไฟหน้าแตกกระจาย ชิ้นส่วนรถหลุดกระจัดกระจายบนผิวถนน บ่งบอกถึงแรงปะทะที่รุนแรง

จากการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบว่าห่างจากจุดที่รถกระบะจอดอยู่ประมาณ 300 เมตร ใต้สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน บริเวณใกล้ศาลเจ้าแม่ทับทิมและตอม่อสะพาน พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย นอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้นดินโคลน สภาพศพมีบาดแผลตามร่างกายหลายแห่งจากแรงกระแทกอย่างรุนแรง สวมเสื้อยืดกีฬาสีฟ้า นุ่งกางเกงเจเจสีน้ำเงินลายการ์ตูน บริเวณดังกล่าวมีประชาชนมุงดูเหตุการณ์ด้วยความตกใจและสะเทือนใจ

ภายหลัง พ.ต.ต.หญิง อัจฉรี วุฒิวัฒนา สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวรจากโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช เพื่อร่วมกันตรวจสอบสภาพศพ สภาพแวดล้อมโดยรอบ บันทึกภาพในที่เกิดเหตุ และรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการจราจรและตำแหน่งการชน เพื่อประกอบสำนวนคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย

จากนั้นได้มอบหมายให้หน่วยกู้ภัยเณรแก้วนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปยังแผนกนิติเวช โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด ก่อนจะประสานญาติให้เดินทางมารับร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาตามประเพณีต่อไป

RIP>>>‘กองทัพบก’ สดุดีกำลังพล ‘สิบเอกจิรายุส อินทุมาน’ ทหารกล้า พลีชีพปกป้องอธิปไตยไทย



‘กองทัพบก’ สดุดีกำลังพล ‘สิบเอกจิรายุส อินทุมาน’ ทหารกล้า พลีชีพปกป้องอธิปไตยไทย

‘กองทัพบก’ สดุดีกำลังพล ‘สิบเอกจิรายุส อินทุมาน’ ทหารกล้า พลีชีพปกป้องอธิปไตยไทย.

‘กองทัพบก’ สดุดีกำลังพล ‘สิบเอกจิรายุส อินทุมาน’ ทหารกล้า พลีชีพปกป้องอธิปไตยไทย.

เมื่อวันที่ 25/12/68 พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา กองทัพบกรับรายงานกำลังพลเสียชีวิตจากการสู้รบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เหตุปะทะที่ภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ เพิ่มเติม 1 นาย คือ สิบเอก จิรายุส อินทุมาน สังกัด กองพันจู่โจม กองทัพบกขอสดุดีแด่กำลังพลผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ และจะดูแลสิทธิและสวัสดิการแก่ครอบครัวและทายาทของทหารกล้าเหล่านี้ให้ดีที่สุด เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแห่งความเสียสละของท่านเหล่านี้….

เลื่อนผ่านคือใจร้ายมากสดุดีทหารกล้า สิบเอก จิรายุ อินทุมาน

ข่าวด่วน!! เยาวชนควบ จยย.ซ้อน 4 พุ่งชนแบริเออร์ สาหัส… ดูเพิ่มเติม!!



เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักพุ่งชนแบริเออร์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 4 ราย ในจำนวนนี้อาการสาหัส 2 ราย เหตุเกิดเมื่อเวลา 01.06 น. วันที่ 23 ธันวาคม 2568 โดยศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ประสบอุบัติเหตุ มีผู้บาดเจ็บหลายราย บนถนนเลียบทางรถไฟ ช่วงระหว่างซอยวัดธรรมสามัคคี มุ่งหน้าซอยเขาตาโล ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หลังรับแจ้งจึงเร่งจัดกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นแกรนด์ฟิลาโน่ สีดำ หมายเลขทะเบียน 8 กข 8748 กรุงเทพมหานคร อยู่ในสภาพเสียหลักพุ่งชนแบริเออร์ข้างทางจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก บริเวณริมถนนพบผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 4 ราย เป็นเยาวชน โดยรายแรกซึ่งเป็นผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บสาหัส และอีกรายได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นเดียวกัน ส่วนอีก 2 รายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้นในที่เกิดเหตุ ก่อนเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งรักษาต่อยังโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน

จากการสอบถามหนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุได้ซ้อนรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาด้วยกันทั้งหมด 4 คน โดยมีเพื่อนเป็นผู้ขับขี่ ระหว่างขับขี่ผู้ขับขี่มีอาการคล้ายหลับใน ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนแบริเออร์ข้างทางอย่างแรง ก่อนล้มลงจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 4 รายดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบที่เกิดเหตุ และรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ หลีกเลี่ยงการซ้อนเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด และควรพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ

ข่าวด่วน เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ใน…ดูเพิ่มเติม



ภาพรวมของเหตุการณ์

ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม ถึง 31 มกราคม 2568 รัฐแคลิฟอร์เนียตอนใต้ประสบกับเหตุการณ์ไฟป่าครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปีที่ผ่านมา ไฟป่าขนาดใหญ่สองแห่ง ได้แก่ ไฟป่าพาลิเซดส์ในแปซิฟิกพาลิเซดส์ และไฟป่าอีตันในพื้นที่อัลตาเดนาและพาซาเดนา ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างกว้างขวางทั่วเคาน์ตีลอสแอนเจลิสและพื้นที่โดยรอบ จากข้อมูลของสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (EPA) สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) และบันทึกการจัดการเหตุฉุกเฉินของเคาน์ตีลอสแอนเจลิส ไฟป่าทั้งสองแห่งนี้เผาผลาญพื้นที่รวมกันเกือบ 57,000 เอเคอร์

ไฟป่าพาลิเซดส์เผาผลาญพื้นที่ประมาณ 23,700 เอเคอร์ ในขณะที่ไฟป่าอีตันเผาผลาญพื้นที่กว่า 14,000 เอเคอร์ โดยลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากลมแรงและสภาพอากาศแห้งแล้งจัด เหตุการณ์เหล่านี้ถือเป็นเหตุการณ์ไฟป่าครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของรัฐในแง่ของขอบเขตและผลกระทบ


ความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

เหตุการณ์ไฟป่าคร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 30 ราย และบังคับให้ประชาชนกว่า 200,000 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่ โดยอ้างอิงจากรายงานที่ได้รับการยืนยันจาก CAL FIRE, นิตยสาร People และ Reuters

ในแง่ของโครงสร้างพื้นฐาน ไฟป่า Palisades ทำลายอาคารไปประมาณ 6,837 หลัง และสร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินอีก 973 แห่ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยัน 12 ราย รวมถึงเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่ได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติการควบคุมไฟ

ไฟป่า Eaton สร้างความเสียหายมากกว่า โดยทำลายหรือสร้างความเสียหายให้กับอาคารกว่า 9,418 หลัง และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยัน 17 ราย เมื่อรวมกันแล้ว ไฟป่าทั้งสองแห่งทำให้เกิดการทำลายหรือความเสียหายต่ออาคารมากกว่า 18,000 หลัง ตามที่ได้รับการยืนยันจากสถิติอย่างเป็นทางการจาก Wikipedia, CAL FIRE และหน่วยงานรับมือเหตุฉุกเฉินในท้องถิ่น

ปัจจัยที่ส่งเสริมและสภาวะการลุกลามของไฟ

แม้ว่าแล่งกำเนิดไฟที่แน่ชัดยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ระบุปัจจัยหลายประการที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว จากการวิเคราะห์ทางอุตุนิยมวิทยาและการประเมินไฟป่าที่เผยแพร่โดย The Guardian, ABC7 Los Angeles และ New York Post ปัจจัยเหล่านี้ได้แก่:

. ลมซานตาอานาที่มีความเร็วใกล้เคียงกับพายุเฮอริเคน

. ระดับความชื้นต่ำมาก

. สภาวะภัยแล้งที่ยาวนานในภูมิภาค

ที่สำคัญคือ อ่างเก็บน้ำซานตาอีเนซ ซึ่งมีน้ำมากกว่า 117 ล้านแกลลอนสำหรับดับไฟในพื้นที่เนินเขา มีระดับน้ำต่ำมากในขณะนั้น การขาดแคลนน้ำนี้ทำให้เกิดแรงดันน้ำอย่างมากในหัวจ่ายน้ำดับเพลิงในพื้นที่ และลดขีดความสามารถในการดับไฟในช่วงชั่วโมงแรกของการเกิดไฟ

การตอบสนองฉุกเฉินและความพยายามในการดับไฟ

การแจ้งเตือนฉุกเฉินครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2568 เวลา 10:29 น. ผ่านการโทร 911 ไปยังกรมดับเพลิงลอสแอนเจลิส (LAFD) แม้จะมีการดำเนินการอย่างรวดเร็ว แต่ความพยายามในการควบคุมไฟในระยะแรกนั้นถูกขัดขวางเนื่องจากการตัดงบประมาณของ LAFD ก่อนหน้านี้ ซึ่งส่งผลให้จำนวนเจ้าหน้าที่และทรัพยากรในการดับเพลิงลดลง ตามรายงานของ Los Angeles Times และการตรวจสอบอย่างเป็นทางการของรัฐบาล

เมื่อไฟทวีความรุนแรงขึ้น หน่วยดับเพลิงจากหลายรัฐ ได้แก่ โอเรกอน วอชิงตัน ยูทาห์ นิวเม็กซิโก แอริโซนา มอนแทนา และเท็กซัส ถูกส่งไปสนับสนุน การสนับสนุนการดับเพลิงทางอากาศ รวมถึงเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินบรรทุกน้ำ ได้รับการประสานงานผ่านความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง

ภายในวันที่ 31 มกราคม 2025 ไฟป่าทั้งสองแห่งได้รับการรายงานอย่างเป็นทางการว่าสามารถควบคุมได้ 100% โดย CAL FIRE และหน่วยงานอื่นๆ ที่เข้าร่วมปฏิบัติการ

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและโครงการฟื้นฟู

การประกันภัยและความสูญเสียทางการเงิน

การประมาณการจาก Business Insider, Los Angeles Economic Development Corporation (LAEDC) และ People.com เผยให้เห็นความสูญเสียที่น่าตกใจ:

. ความเสียหายที่ได้รับการประกันภัยเกิน 20 พันล้านดอลลาร์

. ผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยรวมอาจเกิน 50 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงความเสียหายต่อทรัพย์สินโดยตรงและการหยุดชะงักทางธุรกิจ

. LAEDC คาดการณ์ความสูญเสียต่อทรัพย์สินระหว่าง 28 ถึง 53.8 พันล้านดอลลาร์

. คาดว่าจะเกิดการหยุดชะงักทางเศรษฐกิจในระยะยาวเพิ่มเติมอีก 5–9.7 พันล้านดอลลาร์ระหว่างปี 2025 ถึง 2029

การฟื้นฟูและการสนับสนุนชุมชน

เพื่ออบสนองต่อสถานการณ์ โครงการฟื้นฟูชื่อ “LA Rises” ได้ถูกเปิดตัว โดยเริ่มต้นด้วยเงินทุน 2.5 พันล้านดอลลาร์จากรัฐบาลและผู้บริจาคเอกชน การบริจาคครั้งสำคัญ ได้แก่ 100 ล้านดอลลาร์จากมูลนิธิ Los Angeles Dodgers

มีการจัดแคมเปญสร้างความตระหนักรู้และระดมทุน เช่น FireAid, Los Angeles Rising และ Super Bloom โดยมีนักดนตรีและคนดังชั้นนำเข้าร่วมเพื่อช่วยเหลือความพยายามในการฟื้นฟู

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน

จากข้อมูลของสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (EPA) และคณะกรรมการทรัพยากรทางอากาศแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย (California Air Resources Board) พบว่าไฟไหม้ครั้งนี้ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึง:

. ระดับมลพิษทางอากาศ PM2.5 สูงถึง 483 µg/m³ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ความปลอดภัยของ EPA มากกว่า 10 เท่า

. ปัญหาระบบทางเดินหายใจแพร่หลาย โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) หรือโรคประจำตัวอื่นๆ

นอกจากนี้ ความพยายามในการทำความสะอาดของรัฐบาลกลางมุ่งเน้นไปที่การกำจัดของเสียอันตราย เช่น:

. แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

. ถังแก๊สอัด

. สารเคมีทางการเกษตร

ความพยายามเหล่านี้ได้รับการประสานงานโดย EPA และ FEMA โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมรองหลังเกิดไฟไหม้

บทเรียนที่ได้รับและกลยุทธ์การป้องกันในอนาคต

นักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า การลดงบประมาณของ LAFD จำนวน 17.6 ล้านดอลลาร์ก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้ ทำให้ความพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉินลดลง สิ่งนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจัดหาเงินทุนอย่างต่อเนื่องสำหรับโครงการป้องกันและรับมือเพลิงไหม้

นอกจากนี้ ความล้มเหลวของระบบน้ำในพื้นที่สูง รวมถึงวาล์วหัวจ่ายน้ำดับเพลิง เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำสำหรับการดับเพลิงในพื้นที่เสี่ยง

กลยุทธ์สำคัญที่ช่วยปรับปรุงการรับมือภัยพิบัติ ได้แก่:

การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (EOC) ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งช่วยลดเวลาตอบสนองลง 40%

นโยบายการอนุญาตที่รวดเร็วขึ้น ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการสร้างใหม่หลังภัยพิบัติจาก 120 วัน เหลือ 45 วัน

ตามที่ LAEDC และสำนักงานบริการฉุกเฉินระบุ การปรับปรุงนโยบายเหล่านี้คาดว่าจะกลายเป็นแบบอย่างสำหรับการวางแผนรับมือภัยพิบัติในอนาคตทั่วทั้งรัฐ

สรุป

เหตุการณ์ไฟป่าพาลิเซดส์และไฟป่าอีตันที่สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับแคลิฟอร์เนียตอนใต้ในเดือนมกราคม 2025 ถือเป็นเหตุการณ์ไฟป่าที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของแคลิฟอร์เนียในยุคปัจจุบัน พื้นที่ที่ถูกเผาไหม้กว่า 57,000 เอเคอร์ สิ่งปลูกสร้างกว่า 18,000 หลังถูกทำลาย และความเสียหายมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ เหตุการณ์เหล่านี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศที่รุนแรง โครงสร้างพื้นฐานที่เสื่อมโทรม และบริการฉุกเฉินที่ขาดงบประมาณ

แหล่งที่มา:

CAL FIRE

สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (EPA)

สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS)

หน่วยงานตอบสนองและฟื้นฟูฉุกเฉินของเทศมณฑลลอสแอนเจลิสABC7 Los Angeles



ฝูงม้าวิ่งตัดหน้าเก๋งเบนกไม่ทันชนดับ 2 บาดเจ็บเพียบ



เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 13 ธ.ค.68 ร.ต.อ. เสนาะ เทพอาจ ร้อยเวร สภ.บางแพ อ.บางแพ จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งเหตุ รถยนต์เก๋งชนม้า เสียชีวิตหลายราย เหตุเกิดบริเวณ ถนนเพชรเกษม หมู่ 1 ต.วังเย็น อ.บางแพ หลังรับ


แจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.สมมาตร จันทรัตน์ ผู้กำกับการ สภ.บางแพ ได้รับทราบก่อนจะเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี ในที่เกิดเหตุ พบม้าเสียชีวิตอยู่กลางถนนจํานวน 2 ตัว และยังมีม้าที่ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ตัว นอกจากนี้ยังพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า ซิตี้ สีบอร์น หมายเลขทะเบียน 2 กค


9168 กทม. สภาพ หน้ารถพังยับ โดยมีนาย ทรรศ ชัยรัตน์ อายุ 66 ปี เจ้าของรถยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ด้วยอาการตกใจ ต่อมาได้มีนางสุวิชยา น้อยคําศิลป์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119 หมู่ 2 ต.วังเย็น อ.บางแพ ซึ่งเป็น


เจ้าของคอกม้าอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวได้มาแสดงตัว เป็นเจ้าของม้าที่ตายและได้รับบาดเจ็บ ก็บอกว่าฝูงม้าได้หลุดคอกออกมาและน่าจะเดินขึ้นมาจากข้างถนนจนมาถูกรถชนดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการลงบันทึกไว้และให้ทำการนำม้าที่ได้รับบาดเจ็บกลับไปรักษาส่วนม้าที่ตายก็ให้ทางเจ้าของได้ดำเนินการ หลังจากนั้นก็จะเชิญตัวเจ้าของม้าไปสอบปากคำเพื่อดำเนินการต่อไปด้วย


จากการสอบถามนายทรรศ ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งก็ให้การว่าขณะกําลังขับรถเข้าตัวเมืองราชบุรี จู่ๆ ก็มีฝูงม้า โผล่ขึ้นมาจากข้างทางวิ่งตัดหน้ารถอย่างกะทันหันในระยะกระชั้นชิด ทําให้เบรครถไม่ทัน ทำให้พุ่งชนอย่างจังจนม้ากระเด็นไปตายและบาดเจ็บ ส่วนรถก็พังยับ


นอกจากนี้ยังมีผู้เฟสบุ๊คชื่อ จ๊อบ อย่าเยอะ ได้นำคลิปจากกล้องวงจรปิดหน้ารถ ขึ้นมาโพสต์ โดยเป็นคลิป ภาพเหตุการณ์ ขณะที่ม้าวิ่งขึ้นมาตัดหน้า รถเก๋ง จนทำให้ถูกชนจนม้ากระเด็นไปหลายตัว ซึ่ง เจ้าหน้าที่จะได้นําคลิปภาพดังกล่าวไปเป็นหลักฐานด้วย

ดสะเทือนใจ เปิดชื่อทหารช่างนาวิกโยธิน หลังเหยียบทุ่นกลางชุมชน จนสูญเสียขาอีกหนึ่งราย



เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568 ทหารช่างนาวิกโยธินประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิด ขณะปฏิบัติภารกิจเสริมความแข็งแรงของที่มั่นในพื้นที่บ้านหนองรี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย พื้นที่ดังกล่าวเป็นชุมชนที่มีบ้านเรือนตั้งอยู่ประมาณ 3 หลัง ผู้บาดเจ็บทราบชื่อต่อมาคือ จ.อ.เทอดพงษ์ ผมนะรา จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าได้รับบาดเจ็บบริเวณขาขวา เจ้าหน้าที่ได้ให้การปฐมพยาบาล ณ จุดเกิดเหตุ ก่อนเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน
>
ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยที่เกี่ยวข้องได้เข้าควบคุมพื้นที่โดยรอบ พร้อมดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายซ้ำซ้อน และติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิดต่อไป

เพจดังขุดต่อ “น้องมาเฟีย” ที่แท้มี 3 ชื่อ แฉสาเหตุไปอยู่ปอยเปต



กลายเป็นดราม่าร้อนแรงในโลกออนไลน์ จากกรณี “น้องมาเฟีย” หรือสาวไทยที่ไปเปิดร้านเสริมสวยและใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา มานานกว่า 3 ปี ออกมาโพสต์คลิปตอบโต้กระแสคนไทยบางส่วนที่วิจารณ์เมืองปอยเปตในแง่ลบ โดยใช้ถ้อยคำรุนแรงสวนกลับแบบไม่ไว้หน้า จนสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ชมจำนวนมาก และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโซเชียล

ล่าสุด วันที่ 22 ธ.ค. 2568 เพจดัง “เจ๊ม้อย v+” ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลในอดีตของ “น้องมาเฟีย” ก่อนที่จะไปตั้งหลักทำงานอยู่ที่ปอยเปต โดยระบุว่า เจ้าตัวมีชื่อเดิมว่า “น้องแป้ง” หรือเคยใช้ชื่อ “น้องต้องมนต์” ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาดใหม่ๆ เคยทำวงแชร์อยู่พักใหญ่ และมีปัญหาหนี้สินกับหลายคน

ตามข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ ระบุว่าในอดีต น้องมาเฟียเคยมีคู่คบเป็นทอมหลายคน โดยมีพฤติกรรมยืมเงิน กู้เงินผ่านแอปและช่องทางต่างๆ รวมถึงนำเอกสารส่วนตัวของคนรักไปใช้กู้หนี้ บางกรณีถึงขั้นนำรถหรือทรัพย์สินมีค่าไปจำนำ ทำให้ฝ่ายคนรักต้องรับภาระหนี้สินจำนวนมาก บางรายถึงขั้นหมดตัว ก่อนที่เจ้าตัวจะตีตัวออกห่างและเปลี่ยนที่อยู่

นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวอ้างถึงพฤติกรรมในช่วงที่เคยมาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงการเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนคู่คบ และย้ายที่อยู่ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหนี้สิน ก่อนจะไปตั้งหลักที่เมืองปอยเปต โดยมีรูปแบบความสัมพันธ์ซ้ำๆ คือ คบหา ใช้เงิน จบความสัมพันธ์ และมองหาเป้าหมายใหม่

กระทั่งในปัจจุบัน น้องมาเฟียได้ใช้ชีวิตอยู่ที่ปอยเปต และมีครอบครัว โดยมีรายงานว่า ฝ่ายคู่ครองเป็นบุคคลที่มีฐานะและครอบครัวค่อนข้างเป็นที่รู้จักในพื้นที่ จึงทำให้เจ้าตัวใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นได้อย่างมั่นใจ

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวทั้งหมดที่ถูกนำมาเผยแพร่ ยังคงเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ และถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากสังคม ว่าเป็นเรื่องจริงตามที่เพจเจ๊ม้อย v+ ระบุหรือใหม่ คงต้องรอน้องมาเฟียออกมาชี้แจงความจริงด้วยตัวอีกรอบ

รายชื่อผู้เสียชีวิต😭รถตู้โดยสาร ชนท้ายรถ 10 ล้อ… ดูเพิ่มเติม



รายชื่อผู้เสียชีวิตรถตู้โดยสาร ชนท้ายรถ 10 ล้อ… ดูเพิ่มเติม



รายชื่อผู้เสียชีวิตรถตู้โดยสาร ชนท้ายรถ 10 ล้อ… ดูเพิ่มเติม


รายชื่อผู้เสียชีวิตรถตู้โดยสาร ชนท้ายรถ 10 ล้อ… ดูเพิ่มเติม



ข่าวด่วน!! ข่าวเศร้ายืนยันการเสียชีวิตของ… ดูเพิ่มเติม!!



ข่าวด่วน!! ข่าวเศร้ายืนยันการเสียชีวิตของ… ดูเพิ่มเติม!!

ข่าวด่วน!! ข่าวเศร้ายืนยันการเสียชีวิตของ… ดูเพิ่มเติม!!

ชัดเจน! เท้ง ประกาศแล้ว ถ้าภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล



วันที่ 19 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล และนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน ร่วมออกรายการ The Politic ทางมติชนทีวี โดยมีการแสดงความเห็นเกี่ยวกับทิศทางการเมืองและการจัดตั้งรัฐบาล

ในช่วงหนึ่งของรายการ ผู้ดำเนินรายการตั้งคำถามถึงการเลือกตัดสินใจระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์กล่าวว่า แนวทางของพรรคประชาชนคือการจัดตั้งรัฐบาลที่พรรคเป็นแกนนำ

และต้องมีจำนวนเสียงมากพอที่จะกำกับทิศทางของพรรคร่วมรัฐบาลได้ รวมถึงมีเสียงเพียงพอไม่เปิดช่องให้พรรคอันดับ 2 หรือ 3 รวมตัวกันตั้งรัฐบาล โดยมองว่าที่ผ่านมามีความพยายามบล็อกไม่ให้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาล

นายณัฐพงษ์ระบุว่า โจทย์สำคัญของพรรคคือไม่ต้องการให้ประเทศถดถอยจากปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุนเทา หรือขบวนการสแกมเมอร์ พร้อมกล่าวถึงกลุ่มที่มีความเชื่อมโยงกับปัญหาเหล่านี้

รวมถึงการใช้เงินทอนและส่วนต่างในการทุจริตเพื่อซื้อเสียง หากการเลือกตั้งเป็นการแข่งขันระหว่างพรรคสีส้มกับพรรคสีน้ำเงิน และพรรคสีน้ำเงินเป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาชนก็พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพื่อถ่วงดุลและตรวจสอบกลุ่มการเมืองที่อาจนำประเทศไปสู่ความเสียหาย พร้อมย้ำว่าพรรคประชาชนพร้อมเป็นฝ่ายค้าน หากพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล