เคาะแล้ว! ผู้ว่าฯโคราช เผยตัวเลขเยียวยาเหตุเครนถล่มทับรถไฟ ทั้ง 32 ศพ



วันที่ 16 ม.ค. 69 นายอนุพงษ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า สำหรับเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนก่อสร้างสะพานรถไฟความเร็วสูงถล่มใส่รถไฟโดยสารที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 32 รายบาดเจ็บ 64 ราย

เบื้องต้นผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยาจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จำนวน 1,000,000 ล้านบาท และจากกรมธรรม์ประกันภัย อีกจำนวน 340,000 นอกจากนี้จะได้รับเงินเยียวยาจาก พระราชบัญญัติ ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และจำเลยในคดีอาญาพ.ศ 2544 อีกรายละ 200,000 บาท และอีก 150,000 จาก บ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์

รวมผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินเบื้องต้น 1,690,000 บาท ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้น จะได้รับเงินช่วยเหลือก่อน รายละ 50,000 บาท และจะได้รับตามสิทธิ์ที่กฎหมายกำหนดต่อไป

รายชื่อผู้เสียชีวิต😭ตายพุ่ง 32 ชีวิตบาดเจ็บกว่า 50 ราย … ดูเพิ่มเติม



เปิดจำนวนผู้เสียชีวิต เครนก่อสร้างทางรถไฟยกระดับ ถล่มทับโบกี้รถไฟ เจ้าหน้าที่ประเมินว่ามีผู้บาดเจ็บ อย่างน้อย 20 ราย

เช้าวันที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 09.45 น. เกิดเหตุอุบัติเหตุรุนแรงในพื้นที่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อเครนที่ใช้ยกโครงสร้างสะพานในโครงการก่อสร้างทางรถไฟ เกิดพังถล่มลงมา ทับขบวนรถไฟโดยสาร ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรงในที่เกิดเหตุ

รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในจังหวะที่ขบวนรถไฟเส้นทาง กรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา กำลังแล่นผ่านบริเวณจุดก่อสร้างพอดี ทำให้เครนซึ่งตั้งอยู่เหนือรางรถไฟเสียหลักและถล่มลงมาอย่างกะทันหัน สร้างความเสียหายแก่โบกี้รถไฟหลายตู้ และเกิดไฟไหม้ลุกลามในพื้นที่

เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ประเมินว่ามีผู้บาดเจ็บ อย่างน้อย 20 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและยืนยันอย่างเป็นทางการ

ขณะนี้เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานได้เร่งระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ ทั้งทีมกู้ชีพ กู้ภัย แพทย์ฉุกเฉิน และเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ควบคุมเพลิง และเร่งอพยพผู้ประสบเหตุออกจากพื้นที่เสี่ยงอย่างเร่งด่วน ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้โดยสารและประชาชนในบริเวณใกล้เคียง

สุดเศร้า! เปิดรายชื่อผู้เสียชีวิต เหตุเครนถล่มพระราม 2



วันนี้ (15 มกราคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุ คานรันเชอร์ก่อสร้าง ทางยกระดับพระราม 2 ถล่ม บริเวณ ถนนพระรามสองขาออกกม. 30 ตำบลท่าจีน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

เบื้องต้น มีรถยนต์ของประชาชนถูกโครงสร้างและแท่นปูนครับจำนวน 2 คัน มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง ส่วนผู้เสียชีวิต 2 ราย แต่ยังติดในรถใต้ซากเครนถล่ม ยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว 1 ราย คือ

1. นายสมพงษ์ ศรีสุข ภูมิลำเนาเพชรบูรณ์ รถกระบะอีซูซุ ทะเบียน 2ฒว 3739 กทม.

2. ยังไม่ทราบข้อมูลตัวบุคคล เนื่องจากรถติดใต้ซากเครน รถทะเบียน 3ฒห 950

ตอนนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ เนื่องจากเหล็กเครนที่พังมีขนาดใหญ่ น้ำหนักเยอะ และยังมีก้อนปูนของสะพานที่พังหล่นลงมาด้วย การจราจรในเส้นทางดังกล่าวเคลื่อนตัวช้า ขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนน เดินทางด้วยความระมัดระวัง

ผู้สื่อข่าวสมุทรสาคร รายงาน

แท็กซี่พุ่งชนท้ายสิบล้อกลางสะพานปทุมธานี 2 ดับ 3 เจ็บ 1



เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 12 มกราคม 2569 ร.ต.ท.นิธิรุจน์ โรจน์รัตธรรม รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากคลองรังสิต ได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถแท็กซี่ชนท้ายรถบรรทุก 10 ล้อ บนสะพานปทุมธานี 2 ถนนหมายเลข 345 ฝั่งมุ่งหน้าบางบัวทอง หมู่ 5 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ ตำรวจจราจร อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง และแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุบริเวณกลางสะพาน พบรถแท็กซี่มิเตอร์ ยี่ห้อเอ็มจี สีส้ม ทะเบียน ทอ-4742 กรุงเทพมหานคร ชนท้ายรถบรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 70-1785 สระแก้ว สภาพรถแท็กซี่พังยับเยิน ภายในพบผู้เสียชีวิต 3 ราย และมีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย ขาซ้ายหักและหมดสติ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเร่งนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลปทุมธานี ต่อมาทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายสินทรัพย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี คนขับรถแท็กซี่ นางสาวบานเย็น (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี และนางสาวคำหวาน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บคือ นางสาวพนัสดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี ทั้งหมดเป็นญาติพี่น้องกัน

ขณะที่คนขับรถบรรทุก 10 ล้อ ทราบชื่อ นายอรุณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ชาวจังหวัดสระแก้ว ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถบรรทุกแป้งมันมาจากจังหวัดสระแก้ว เพื่อไปส่งให้ลูกค้าที่ซอยวัดลาดปลาดุก จังหวัดนนทบุรี เมื่อมาถึงกลางสะพานซึ่งใช้เลนกลาง ได้ยินเสียงดังสนั่นบริเวณท้ายรถและรู้สึกว่ารถสั่นสะเทือน จึงจอดรถลงมาตรวจสอบ พบว่ารถแท็กซี่ชนท้ายจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว จากนั้นมีพลเมืองดีโทรศัพท์แจ้งตำรวจและกู้ภัย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุ ก่อนมอบศพผู้เสียชีวิตให้มูลนิธินำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด พร้อมเชิญตัวคนขับรถบรรทุกไปสอบปากคำเพิ่มเติม

จากการติดต่อญาติของผู้เสียชีวิต ทราบว่าทั้งหมดเป็นเครือญาติครอบครัวเดียวกัน ได้เหมารถแท็กซี่ซึ่งเป็นคนรู้จัก เดินทางกลับจังหวัดสุรินทร์ หลังไปเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ก่อนจะประสบอุบัติเหตุดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่คาดว่า คนขับรถแท็กซี่อาจเกิดอาการหลับใน อย่างไรก็ตามจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ผู้สื่อข่าว จังหวัด ปทุมธานี รายงาน

ระทึกรับอรุณ ไฟไหม้ร้านรับซื้อของเก่า รถยนต์-จักรยานยนต์ วอดทั้งหลัง



เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 5 ม.ค.2569 ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ศรีราชา รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้าน ซึ่งเปิดเป็นร้านรับซื้อของเก่าบ้าน พื้นที่ หมู่ 2 ต.บ่อวิน ในซอยอัลลายน์ ใกล้วัดบ่อวิน หลังรับแจ้งจึงประสานฝ่ายปกครองอำเภอศรีราชา และสถานีตำรวจภูธรบ่อวินและประสานรถดับเพลิงเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักอ์ให้ออกไปทำการดับเพลิง

จุดเกิดเหตุ มีอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ศรีราชาออกไปช่วยอำนวยความสะดวกกับรถดับเพลิง ซึ่งมีรถดับเพลิงจากอบต.บ่อวิน เทศบาลนครแหลมฉบัง เทศบาลเมืองศรีราชา มร่วมดับเพลิงในครั้งนี้

แสงเพลิงลุกไหม้โหมกระหน่ำนานกว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยไฟไหม้บ้านและโกดังวอดจนหมด รถยนต์เสียหาย 3 คัน รถจักรยานยนต์เสียหายอีก 5 คัน ในกองเพลิง โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นร้านรับซื้อของเก่าและขายอะไหล่รถยนต์ แบตเตอรี่รถยนต์จำนวนมาก รวมถึงอุปกรณ์ส่วนควบรถยนต์ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากในโกดังเสียหายหมด รวมถึงของวางอยู่รอบๆบ้านถูกเพลิงไหม้หมดในครั้งนี้

เบื้องต้นมูลค่าความเสียหายยังประเมินไม่ได้ต้องรอเพลิงสงบจึงจะตรวจสอบได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรอกองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบว่าสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่

เฮทั้งประเทศ!! อั้นไม่ไหว!!! แม่คลอดลูกกลางรถ ทะเบียนรถ…ดูเพิ่มเติม!!



เฮทั้งประเทศ!! อั้นไม่ไหว!!! แม่คลอดลูกกลางรถ ทะเบียนรถ…ดูเพิ่มเติม!!

ขณะเจ้าหน้าที่กู้ภัยป่อเต็กตึ๊งอ่างทอง จุดวัดโล่ห์ เดินทางไปทำธุระที่อำเภอแสวงหา ต้องหยุดรถกะทันหัน เพราะมีคนโบกรถขอความช่วยเหลือบริเวณหน้าบ้านอ่างทอง พบว่ามีผู้หญิงรายหนึ่งเจ็บท้องใกล้คลอดอยู่ในรถ เจ้าหน้าที่จึงเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และทำคลอดฉุกเฉินในรถยนต์ ทะเบียน 5537โดยสามารถนำทารกออกมาได้อย่างปลอดภัย เป็นเด็กหญิง สุขภาพแข็งแรง ท่ามกลางความโล่งใจของทุกคนในเหตุการณ์

หลังคลอด เจ้าหน้าที่ได้เร่งนำแม่และทารกส่งโรงพยาบาล เพื่อรับการดูแลเพิ่มเติมอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันปลอดภัยดีทั้งแม่และลูก

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งภาพประทับใจของการปฏิบัติงานของกู้ภัยจิตอาสา ที่ไม่เพียงแต่ช่วยเหลือด้านอุบัติเหตุ แต่ยังสามารถช่วยชีวิตได้แม้ในสถานการณ์เฉพาะหน้าเช่นนี้

เมื่อเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างแห่ส่องเลขทะเบียนรถและชื่นชมเจ้าหน้าที่เพียบ

ขอให้น้องเติบโตอย่างแข็งแรงปลอดภัย และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนด้วยนะคะ


ขอบคุณข้อมูลจาก: เพจอ่างทองทูเดย์, เพจแจ้งข่าวสารอ่างทอง

รพ.ร้อยเอ็ด อาลัย ยุภารักษ์ สุขวรรณดี พยาบาลสาว วัย 30 ปี เสียชีวิต ขณะปฏิบัติงานเวรดึก



วันที่ 11 มกราคม 2569 มีรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลร้อยเอ็ด ได้โพสต์ข้อความระบุว่า โรงพยาบาลร้อยเอ็ด ขอแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยต่อการจากไป พว.ยุภารักษ์ สุขวรรณดี (อายุ 30 ปี) พยาบาลวิชาชีพ หอผู้ป่วย อายุรกรรมหญิง 2 เสียชีวิตเนื่องจากหัวใจหยุดเต้นขณะปฏิบัติงานเวรดึก

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลร้อยเอ็ด

หลังจากที่ได้โพสต์ภาพและข้อความดังกล่าวออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเสียใจกันเป็นจำนวนมาก อาทิ ขอแสดงใจกับครอบครัวน้องด้วยนะคะ ในกรณีนี้ครอบครัวของน้องจะได้รับการเยียวยาอย่างไรบ้าง ถ้าบรรจุเป็นข้าราชการ กรณีลูกเสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติงาน พ่อแม่ยังจะได้สิทธิต่อไหม?และครอบครัวอาจจะสูญเสียเสาหลักไป คนที่อยู่ข้างหลังจะอยู่อย่างไร เป็นกำลังใจให้นะคะ,

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวด้วยครับ ฝากสภาการพยาบาลติดตามเรื่องสวัสดิการต่อจากนี้ด้วยครับ, ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ



เรียบเรียง สยามนิวส์

นี่แหละของจริง! ผลสำรวจบ้านสมเด็จโพล เผยคนที่ชาวกทม. คิดว่าเหมาะกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมากที่สุด



เมื่อไม่นานมานี้ ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจฯ ได้แถลงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หลังเสร็จสิ้นการรับสมัคร โดยมีการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 1,121 ราย ครอบคลุมทั้งเขตชั้นใน ชั้นกลาง และชั้นนอก ซึ่งผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนถึงแรงกระเพื่อมทางการเมืองที่น่าสนใจอย่างยิ่งก่อนถึงวันเลือกตั้งจริงในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ประชาชนส่วนใหญ่กว่า 90.5% รับทราบข้อมูลเรื่องการออกเสียงประชามติ ในประเด็นคำถามที่ว่า ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันและเวลาเดียวกัน ณ จุดเลือกตั้งเดียวกัน โดยแบ่งการลงคะแนนแยกจากบัตรเลือกตั้ง สส.

ประชาชนร้อยละ 64% ระบุว่าจะตัดสินใจเลือก สส. ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อจาก พรรคการเมืองเดียวกัน

คะแนนนิยมรายพรรค

สส. แบบแบ่งเขต

อันดับที่หนึ่ง พรรคประชาชน ร้อยละ 29.9 %

อันดับสองกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 21.1%

และอันดับสามพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 20.2%

ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยตามมาในอันดับสี่และห้าที่ร้อยละ 10.1% และ 7.4% ตามลำดับ

สส. แบบบัญชีรายชื่อ (Party List)

1 พรรคประชาชน ร้อยละ 31.8%

2 ยังไม่ตัดสินใจในระบบบัญชีรายชื่อ ร้อยละ 27.5%

3 พรรคภูมิใจไทยที่ ร้อยละ 17.9%

4 พรรคเพื่อไทยที่ได้ร้อยละ 6.4%
บุคคลที่เหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมากที่สุด

1 ยังไม่ตัดสินใจ: ร้อยละ 28.8%

2 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ: ร้อยละ 28.1% (ถือเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มตัวบุคคล)

3 นายอนุทิน ชาญวีรกูล: ร้อยละ 16.7%

4 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์: ร้อยละ 5.6%

5 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ: ร้อยละ 4.5%

นโยบายเศรษฐกิจต้องมาก่อน – คุณสมบัติ สส. ที่คนเมืองโหยหา

ประชาชนร้อยละ 35.5% ระบุว่า ด้านเศรษฐกิจ คือสิ่งที่อยากให้พรรคการเมืองให้ความสำคัญมากที่สุด

ตามมาด้วยด้านสวัสดิการของรัฐ 22.1%

และการศึกษา 9.6%


ในส่วนของ สเปก สส. ที่ชาวกรุงต้องการ
สส. แบบแบ่งเขต

ประชาชนให้ความสำคัญกับ

ความรู้ความสามารถและประวัติการทำงาน28.4%

ความซื่อสัตย์สุจริต 25.3%

สส. แบบบัญชีรายชื่อ

ประชาชนกลับให้คะแนนความนิยมสูงที่สุดแก่ผู้ที่มี

ความเสียสละทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง 37.6%

ตามด้วยความซื่อสัตย์สุจริต 32.2%

ข่าวด่วน!! ข่าวเศร้ายืนยันการเสียชีวิตของ… ดูเพิ่มเติม



ข่าวด่วน!! ข่าวเศร้ายืนยันการเสียชีวิตของ… ดูเพิ่มเติม

วันที่ 23 พ.ย. 2568 เมื่อเวลา 18.30 น. พ.ต.ท.อมร ใจดี รองสารวัตรสอบสวน สภ.เชียงคำ ได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุจักรยายยนต์ชนท้ายบรรทุกสิบล้อ มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บริเวณถนนทางเข้าโรงสี ตำบลน้ำแวน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา หลังรับแจ้ง จึงรีบเดินทางออกตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลเชียงคำ และกู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจพะเยา สำนักงานใหญ่อำเภอเชียงคำ

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ทะเบียน 1กณ 8269 พะเยา พังยับเยิน และพบร่างผู้เสียชีวิต 3 ราย ติดคาซากรถจักรยานยนต์ เป็นชายอายุ 34 ปี หญิงอายุ 34 ปี และเด็กหญิงวัยเพียง 7 ขวบ ใกล้กันพบรถบรรทุก 6 ล้อบรรทุกข้าวเปลือกของนายวิจิตร ชาวบ้านตำบลอ่างทอง อำเภอเชียงคำ

คืนนี้ทั้งฝนทั้งหนาว! เปิดจังหวัดเจอฝนฟ้าคะนอง



10 มกราคม 2569 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง โดยภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาว ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาว เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงปกคลุมประเทศไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบน ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น รวมทั้งระวังอันตรายจากอัคคีภัยเนื่องจากสภาพอากาศแห้ง

สำหรับภาคใต้มีฝนน้อย แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองถล่มบางแห่งบริเวณภาคใต้ตอนล่าง (ฝั่งตะวันออก) เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันเริ่มมีกำลังอ่อนลง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลงเป็นกำลังปานกลาง โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนและห่างฝั่งทะเลอันดามันคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

ฝุ่นละอองในระยะนี้ ประเทศไทยตอนบนมีการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงค่อนข้างมาก เนื่องจากการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ไม่ดี/อ่อน

ออกประกาศ 10 มกราคม 2569

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย

18:00 น. วันนี้ ถึง 18:00 น. วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ

อากาศหนาว กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 11-14 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-30 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 3-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-15 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-28 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 14-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส   ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 15-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15–35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20–35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล

อากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 16-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม

นิด้าโพล เผยผลสำรวจ เลือกตั้ง 69 คนที่คนสงขลา หนุนนั่งนายกฯที่สุด



ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง 69 ของคนสงขลา” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 20 – 25 ธันวาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดสงขลา กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,067 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ปี 69 ของคนจังหวัดสงขลา

จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนสงขลาจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า

อันดับ 1 ร้อยละ 40.67 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์)

อันดับ 2 ร้อยละ 24.18 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้

อันดับ 3 ร้อยละ 12.56 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย)

อันดับ 4 ร้อยละ 11.43 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน)

อันดับ 5 ร้อยละ 2.16 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ)

อันดับ 6 ร้อยละ 1.78 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

อันดับ 7 ร้อยละ 1.41 ระบุว่าเป็นนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ)

และร้อยละ 5.81 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย) นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล (พรรคประชาชน) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร (พรรคประชาชน) นางสาวศุภจี สุธรรมพันธุ์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (พรรคเพื่อไทย) ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม) ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ (พรรคกล้าธรรม) และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)

สำหรับพรรคการเมืองที่คนสงขลามีแนวโน้มในการเลือก ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า

อันดับ 1 ร้อยละ 45.45 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์

อันดับ 2 ร้อยละ 19.49 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ

อันดับ 3 ร้อยละ 15.09 ระบุว่าเป็นพรรคประชาชน

อันดับ 4 ร้อยละ 11.90 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย

อันดับ 5 ร้อยละ 2.16 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ

อันดับ 6 ร้อยละ 1.97 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย

อันดับ 7 ร้อยละ 1.78 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ

และร้อยละ 2.16 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคประชาชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคกล้าธรรม พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทยสร้างไทย พรรคไทยภักดี และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนสงขลามีแนวโน้มในการเลือก สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พบว่า

อันดับ 1 ร้อยละ 44.42 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์

อันดับ 2 ร้อยละ 23.81 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ

อันดับ 3 ร้อยละ 13.96 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน

อันดับ 4 ร้อยละ 10.87 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย

อันดับ 5 ร้อยละ 1.87 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย และพรรครวมไทยสร้างชาติ ในสัดส่วนที่เท่ากัน

อันดับ 6 ร้อยละ 1.22 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ

และร้อยละ 1.98 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคกล้าธรรม พรรคประชาชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทยสร้างไทย พรรคไทยภักดี และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)

ที่มา NIDA Poll – นิด้าโพล